7 days 7 entry
Thursday : หนังของชินไค กับ การรอคอยทั้ง 3
เหตุเกิดมาจากมานั่งไล่กัน อะไรที่ยังไม่เคยลงเอนทรี่เลย ... 1 ในนั้นก็คือ วิจารณ์หนังนั่นเอง
แต่ตัวเองไม่เคยไปดูภาพยนตร์เลย
ยอมรับว่าไปดูน้อยมาก (แต่เที่ยวห้างบ๊อย บ่อย = =)
ความถี่น่าจะ 3 เดือน / 1 เรื่อง (จริง ๆ นะ) ปิดเทอมนี้ก็คงได้ดูเยอะขึ้นมั้ง
ขึ้นอยู่กับงบประจำตัวข้าพเจ้า
ใึครที่ชอบผลงานของค่ายชินไค มาโคโตะก็พอทราบดีอยู่แล้ว
ว่าที่นี่ทำหนัง(การ์ตูน) ได้ดีทีเดียว โดยเฉพาะหนังรักซึ้ง ๆ เนี่ย
มาจากโค่เอามาให้ดู (kororo~tan) เลยเหมาดูทั้งค่ายเลย
บร๊ะเจ้า ชาบู ๆ ><
*** review ที่กล่าวมาเป็นความเห็นจากส่วนตัวทั้งหมด หากผิดพลาดประการใด ขออภัยด้วย =/\=
========================================
1. รอคอยเวลาชั่วนิรันดร์
"นี่ พวกเราดูเหมือนคู่รักที่ถูกอวกาศและโลกให้พรากจากกันเลยนะ"
Voices of a Distant Star
(ほしのこえ, Hoshi no Koe)
(ไทย : เสียงเพรียกจากดวงดาว)
เรื่องย่อ :
นางามิเนะ มิคาโกะ และ เทราโอะ โนโมรุ เป็นนักเรียนม.ต้นปี 3 ธรรมดาที่โรงเรียนและอยู่ชมรมเดียวกัน
ทั้งสองเป็นเพื่อนที่สนิดสนมกันมาก ทว่าวันหนึ่งมิคาโกะก็ได้บอกกับโนโบรุว่าเธอต้องไปเข้าร่วม
กองทัพอวกาศของ UN เพื่อไปตามล่ามนุษย์ต่างดาวที่โจมตีดาวอังคาร
.. และฤดูหนาวปี 2047 มิคาโกะก็ได้เดินทางออกจากโลก ส่วนโนโบรุก็เข้าเรียนต่อ ม. ปลาย
มิคาโกะและโนโบรุที่อยู่ห่างไกลกันก็ได้ติดต่อกันโดยใช้อีเมลของโทรศัพท์มือ
แต่ทว่ายิ่งยานลิซิทเธียยออกห่างจากโลกไปเท่าใด ช่วงเวลาที่เมลจะส่งมาถึงก็ยิ่งยาวนานขึ้นเรื่อยๆ
แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็ยังคงรับส่งเมลกันต่อไป จนกระทั่งนานลอซิลเธียต้องทำการวาร์ประยะไกล
นั่นจึงเป็นเหตุให้ระยะห่างของทั้งสองก็ยิ่งเพิ่มขึ้นราวเป็นนิรันดร์.....
 
Toonkung Review~ :
เรื่องนี้เป็นเรื่องแรกของชินไคที่ทั้ง คิดเอง ทำเอง สร้างเองกับมือทั้งเรื่อง ไม่ใช่สแตนอิน รวมไปถึงพากย์เสียงกับคนรักของแกด้วย (ยกเว้น effect กับเสียงประกอบเท่านี้นี่แหละ)
ด้วยความยาวเพียง 25 นาที แต่ครองใจที่ญี่ปุ่นไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว (เต็มทุกรอบที่ฉาย) เป็นหนังแนว Sci-fi นิดๆ ในโลกอนาคต แต่ผู้หญิงก็ดูได้
เริ่มต้นด้วยว่ามิคาโกะ (นางเอก) เป็นเด็กอัจฉริยะ จึงได้คัดเลือกให้อยู่ในกองกำลัง U.N. ต้องไปต่อสู้กับชาว Tarsians (มนุษย์ต่างดาว) [อยู่ ม.ต้น ไปขับกันดั้ม โอว~ ] จึงต้องไปนอกอวกาศยิ่งอยู่นานยิ่งไกลขึ้น วิวที่เป็นอวกาศสวยงามมากเลยทีเดียว ผมติดใจตรงบางส่วนที่ทำเป็น 3D เวลาเอามารวมกับพื้นหลังที่เป็น 2D เลยไม่ค่อยเข้ากันเท่าไหร่ (มันเด่นออกมามากเกิน) พวกฉากตอนโจมตี ฉากบินนิก็ 3D เหมือนกัน (ทำคนเดียวนินา).. แต่ท่ามกลางโลกอวกาศนั้นสวยมากเลยล่ะ เนื้อเรื่องแสดงออกให้เห็นถึงความห่างไกลจากมากเลยทีเดียว (ต่างกับความรักปัจจุปันที่ว่า "อะไรกัน แค่นี้รอไม่ได้เหรอฮะ!!") เรื่องมันจะสลับฉากอยู่ระหว่างพระเอกกับนางเอกว่า เอ๊ะ !! เมล์ถึงรึยัง หว่า แล้วก็บทพรรณานางเอกช่วงหลังจะเยอะขึ้น ในเรื่องนี้ใช้คำว่า"ห้วงอวกาศ"ได้ดีที่เดียวที่จะสื่อสารกันว่าเราห่างไกลมากเหลือกัน (เนื่องจากใช้เวลานานตอนส่งเมล์) ตอนดูหนัง 25 นาที นั่งดูไปเพลินนะ แต่เวลาสั้น พอหนังจบ ก็แปลกใจ "เอ๊ะ!! จบแล้วเหรอ" ตัวเองรู้สึกว่ายังงงกับตอนจบอยู่เลย(เหมือนจะให้คิดเอง)<< คำตอบน่าจะอยู่ใน manga น่ะถ้าจำไม่ผิด
ใครชอบหนัง romantic + Sci-fi นิด ๆ ที่รวมกันแล้วลงตัว ลองชมเรื่องนี้อยู่ครับ
ความน่าดู : 8/10
ความสนุก : 8/10
ความประทับใจ : 8/10
==================================
2. การรอคอยกับสัญญาที่เป็นจริง
"เครื่องบินสีขาวแสนสวยลำนั้น
โบยบินไปยัง
หอคอยที่อยู่อีกฝากนึงของทะเล
โดยสวัสดิภาพหรือเปล่านะ"
The Place Promised in Our Early Days
(雲のむこう、約束の場所, Kumo no Mukou Yakusoku no Basho)
(ไทย : เหนือเมฆา...ที่แห่งสัญญาของเรา)

เรื่องย่อ:
ในโลกหลังสงครามครั้งใหญ่ที่ทำให้ประเทศญี่ปุนแบ่งเป็นฝ่ายเหนือและฝ่ายใต้
ฮิโรกิและทาคุยะเด็กหนุ่มจากอาโอยามะ ต่างก็มีสิ่งใฝ่ฝันร่วมกันอยู่สองสิ่ง
สิ่งแรกก็คือ ซาวาตาริ ซายูริ นักเรียนหญิงที่เป็นเพื่อนร่วมชั้นของเขาทั้งสอง
และอีกสิ่งหนึงที่พวกเขาใฝ่ฝันก็คือ หอคอยยักษ์ที่อยู่อีกฝากหนึ่งในพรหมแดนฮอกไกโด
เพื่อสิ่งที่ฝฝ่ฝัน ทั้งสองคนจึงสร้างเครื่องบินลำเล็กที่มีชื่อว่า "เบราเซียร่า" ขึ้นมา
โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะโปยบินให้ถึงหอคอยด้วยพลังของตนเอง
ทั้งซายูริ และ หอคอยเป็นสิ่งที่พวกเขามิอาจเอื้มในยามนี้ แต่สักวันหนึ่งวันที่ได้สัมผัสต้องมาถึง
เด็กหนุ่มทั้งสองคนเชื่อเช่นนั้น ...
จนกระทั่งวันหนึ่งปริศนาแห่หอคอยและการหลับไหลของหญิงสาวก็มาเยือนพวกเขาทั้งสอง
และนั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการกลับไปสู่เครื่องบินซึ่งถูกทอดทิ้งเอาไว้!
ทั้งคู่จะรักษาสัญญาที่เคยให้ไว้หลังเลิกเรียนหรือไม่...
 
Toonkung Review~ :
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่สองของชินไค แต่รอบนี้เหมากันมายกทีม (ยาว 90 นาทีแล้ว ><) จากความสำเร็จเรื่องที่แล้ว
ทำให้เรื่องนี้สร้างขึ้นมา (3 ปีต่อมา) ดูจากเบื้องหลังแล้วแต่ละคนก็ทำหน้าที่แต่ละส่วนได้ดีมาก จนอดทึ่งไม่ได้ แต่ความเป็นเอกลักษณ์ของชินไคยังเหมือนเดิม
รอบนี้ไม่พ้นยานพาหนะเกี่ยวกับการบินอีกแล้ว
ตอนเปิดเรื่องมากผมนึกว่าเป็นรักสามเศร้าซะอีก เหอ ๆ ดูจากโปสเตอร์ก็คงสื่อแล้วนิเนอะ
รอบนี้ตัวละครทั้ง 3 ดูน่ารักขึ้นเยอะจากเรื่องเดิม และก็คนพากย์ (มีพากย์ไทยยังต้องหนีไปฟังญี่ปุ่นเลยล่ะ)
เนื้อเรื่องนั้นยาวขึ้น การเล่าเรื่องเลยดูมีสมเหตุสมผลมากขึ้น รวมทั้งมีทีมงานในการทำมาเยอะมากขึ้น ทำให้ animation ดูราบรื่นมากขึ้น (3D ไม่เด่นออกมาแล้ว)
เกริ่นด้วยความสนุกสนานทั้ง 3 คน ทำให้เหมือนเป็นการแนะนำบุคลิกทีละคนเลย
เรื่องนี้ระยะห่างระยะสามคนจะสั้นลง(จากเดิม)นะ 3 ปีผ่านไป จากที่นางเอกหายไป
พระเอกต่างคนก็ต่างแยกทางทำงานกันไปทั้งคู่
(แล้วก็ค่อย ๆ ไขปมทีละนิดมากขึ้น) บวกกับความคิดเรื่อง "สัญญา" นั่นเป็นจุดเดินเรื่อง
ทำให้ต้องกลับมาหาบาเซียร่าที่ถูกทอดทิ้งให้ฟื้นอีกครั้ง
มาที่โลกแห่งความหลับไหลก็บ้าง ทางนี้พรรณณาได้เหงามาก (ถึงที่สุด) และเป็นอีกมุมหนึ่งที่พระเอกก็ไม่เคยเห็นมุมมองของนางเอกนี้เช่นกันทำให้ตอนจบซึ้งมาก
วิวที่นี่สวยมาก (บางฉากใช้ฉากเดียวจากเรื่อง "เสียงเพรียกฯ" มาเหมือนกัน) + ตอนนี้ทำงานเป็นทีมเก็บข้อมูลมาด้านฉาก ทำให้ความสมจริง เพื่อขึ้นด้วย
"ความทรงจำและสัญญา ที่ให้ไว้จะเป็นจริงรึไม่" ลองหากันดูก็ได้
(ทั้ง 2 เรื่องเมื่อกี้ขายเป็นคู่นะ แนะนำว่าซื้อ 2 เรื่องรวดเลยดีกว่า ถูกกว่า)
ปล. ชอบ Ending theme เรื่องนี้มากเพราะจนเกือบร้องไห้เลยละ << อ่อนไหวง่ายวะแก

ความน่าดู : 9/10
ความสนุก : 9/10
ความประทับใจ : 10/10
==================================
3. รอคอยเวลาตัดสินใจที่ผ่านไปเพียง 5cm ต่อ วินาที
"ปีหน้า...ถ้าได้มาดูซากุระบานด้วยกันอีกก็คงดีเนอะ"
5 Centimeters per Second
(秒速5センチメートル, Byousoku 5 Centimeter Per Second)
(*ไทย : ความรัก ระยะทาง และ กาลเวลา)
*หมายเหตุ : แปลโดยแฟนซับ ไม่ได้เป็นชื่ออย่างเป็นทางการนะขอบอก

เรื่องย่อ:
ทาคากิ และ อาคาริ เด็กชายและเด็กหญิงที่ได้มาพบเจอกันในชั้นปีเดียวกัน ห้องเรียนเดียวกัน
เพราะการย้ายโรงเรียนเข้ามาของทั้งคู่ จากสาเหตุของทั้งสองครอบครัวที่ต่างพากันย้ายเข้ามาอยู่
ในเมืองใหญ่ และนั่นเอง ที่ทำให้ทั้งคู่สนิทกันได้เร็วเพราะเป็นเด็กใหม่ด้วยกัน และยังคิดไว้ว่าจะเรียนด้วยกัน
ไปจนถึงมัธยมปลาย แต่แล้วสิ่งที่คิดกลับเป็นเพียงความฝัน
เมื่อวันเวลาแห่งการพลัดพรากได้มาถึง อาคาริ จำต้องย้ายตามครอบครัวไปอีกครั้งนึงไปยังเมืองอันไกลแสนไกล
แล้วความรักที่เพิ่งก่อตัวขึ้นนั้นจะเป็นเช่นไร
บทสรุป ของความรักและระยะทาง คือสิ่งที่รอคอยพวกเขาอยู่.....
Toonkung Review~ :
หนังเรื่องนี้ทำไว้เป็นตอนย่อย ๆ ทั้งหมด 3 ตอน
แต่ละตอนนั้นไม่ทำธรรมดาเลยทีเดียว เพราะแต่ละตอนได้บีบหัวใจได้ทุกเวลา
รอบนี้ไม่เกียวกับวิทยาศาสตร์เหมือน 2 เรื่องที่ผ่านมาแล้ว
เรื่องฉาก/ตัวละครถือว่าพัฒนาไปไกลแล้ว สวยมาก ๆ [ขอไม่พูดส่วนนี้ละกันในเรื่องนี้]
และการเล่าเรื่อง + ภาพสไตส์มาโคโตะทำให้เป็นหนังอนิเมชั่นทีสวยมากอีกเรื่องนึง
(ตอนที่ 1) เนื้อเรื่องเปิดฉากด้วยการเล่าที่มาของทั้งสองคนและต้องแยกทางกันเพราะย้ายที่เรียน
ต่อมาทาคากิก็ได้ไปหาอาคาริ ซึ่งก็เกี่ยวกับยานพาหนะอีกแล้ว คราวนี้เป็นรถไฟ รู้สึกว่าชานชาลาที่ทั้งสองพบกันเคยเห็นในเรื่องก่อนนะ (ยังมีฉากหอคอยโผล่มาอีกนิดนึง หยั่งกะหนังสี่แพร่ง)
การรอคอยครั้งนี้เต็มไปด้วยอุปสรรแต่ก็คั่นด้วยที่มาทีละนิดทำให้ไม่ค่อยน่าเบื่อ
(ตอนที่ 2) เวลาผ่านไป คราวนี้เกี่ยวกับการรักข้างเดียวของ ที่เดียวกับทาคากิ ทางนี้มุมมองหลักจะไม่ใช่ฝ่ายพระเอกแล้ว แต่ที่เป็นฝ่ายผู้หลงรักเอง เนื้อเรื่องยังช่วงประมาณวัยรุ่นอยู่ที่ต้องตัดสินใจอะไรหลาย ๆ อย่าง เนื้อหาจะดูโตขึ้นจากตอนแรก << ตอนนี้มันแทงใจตัวเองมาก T T
(ตอนที่ 3) เป็นอีกยุคที่พระเอกโตแล้ว แล้วก็คงตรงกับใครหลาย ๆ คนที่ทำงานจนลืมอะไรบางอย่างไปเสียแล้
มาถึงตรงนี้ เค้าพยายามสรุปจุดจบให้ฟังครับว่าสุดท้ายจุดจบของทั้งสองจะได้เจอกันรึเปล่า

เนื้อเรื่องความนี้ไม่เอื่อยเฉื่อยจากเรื่องก่อน ๆ แล้ว คงเป็นเพราะแต่ละตอนมีเวลาจำกัด เรื่องจึงไม่ค่อยยืดมากเท่าไหร่นัก แล้วก็ทำได้ดูราบรื่นดี
เป็นหนังที่รวมความรักตั้งแต่เริ่มต้นจนไปถึงจุดจบที่ดีทีเดียว
หากใครอยากรู้ว่านิยามของความรักแบบฉบับชินไคเป็นอย่างไรลองดูเรื่องนี้ได้

หนังเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าหากเราไม่ยอมบอกความในใจ สุดท้ายก็จะเป็นฝ่ายเจ็บซะเองเหมือนทั้งสามคน
ความน่าดู : 10/10
ความสนุก : 8/10
ความประทับใจ : 9/10
(ดูทั้ง 3 เรื่องเหมือนจะมีความเกี่ยวข้องกับจริง ๆ นะ อิอิ)
แนะนำว่าใครที่จะอยาก 1 ใน 3 เรื่องหรือทั้งหมดคราวเตรียมผ้าซับน้ำตาให้ดี ๆ นะเออ
แม้ว่าเรื่องจากไปทางโหมดรักซะเยอะ ในเรื่องก็ยังสอดแทรกความคิดหลาย ๆ อย่างเกี่ยวกับการใช้ชีวิตอีกด้วย
เลือกดูอยากมีวิจารญาณแล้วกัน
ใครชอบแนวเหงา ๆ เศร้า ๆ ผมว่าค่ายนี้นี่แหละสร้างหนังเหมาะกับแบบนี้ดีแล้ว
เจอกันเอนทรี่หน้าครับ ^^


Credit : http://ccrgiftity.exteen.com/20070214/article-the-voices-of-a-distant-star
http://highwind.exteen.com/20060813/the-place-promised-in-our-early-days
http://www.bugton.com/?p=87
สุดท้ายกับ Ost ฟังเพลินทั้งสองเรื่องขอรับ~
เอ๊ะ! น้องบ๊อกของเรา (Box) ยังไม่ได้ออกโรงนิ..

edit @ 25 Mar 2010 17:06:12 by cartoonst

Comment

Comment:

Tweet

ชอบเรื่อง 5CM มากๆเลยครับ

พอดูจบแล้ว แทบร้องไห้เลยอ่ะ

#11 By a-t-s-t PDA on 2010-06-25 20:17

สองเรื่องข้างล่าง คุ้นๆเหมือนเคยดู
แต่ก็เลือนรางมากๆ นึกไม่ค่อยออกเลย
อ่านเอนทรี่นี้แล้ว กลับออกไปพร้อมความไม่มั่นใจล่ะ
555 confused smile confused smile

#10 By Prae on 2010-03-26 21:38

ส่วนตัวดูไปแล้วสองเรื่อง ส่วนเรื่อง
The Place Promised in Our Early Days
ยังไม่มีโอกาสได้ดูเลยค่ะ เราชอบดูเรื่อง 5cm มากเลย เศร้าดี ^^

Hot! Hot! Hot! Hot! Hot!

#9 By jeena32449 on 2010-03-26 01:19

ยอมรับจริงๆ 3 เรื่องนี้ดีมากมายจริงๆ
5cm!!

#7 By +*+*akeha*+*+ on 2010-03-25 21:25

ขอบคุณมากจ้า

ท่านเบนซ์ อุอุอุ

ชอบทุกเรื่องเลย...

Hot! Hot! Hot!

#6 By Y u m i :3 on 2010-03-25 19:45

เคยดูแต่ 5CM แห่ะ

#5 By c h r o s on 2010-03-25 18:58

โดยส่วนตัวชอบ kumo กับ 5 cm. ค่ะ
งานสวย บทดี ดูแล้วซึ้งมาก ทิชชู่หมดไปเป็นกอง(ฮา)
ที่สำคัญเพลงเศร้าเขาบรรยากาศได้อีก งานของอ.ชินไคสุดยอดจริงๆbig smile

#4 By แมลงปอล้อลม on 2010-03-25 18:36

Hot! Hot! Hot!

รักผลงานของอาจารย์ชินไคมากค่ะ

ภาพสวย เพลงประกอบเพราะ เนื้อเรื่องก็ซึ้ง
(สำหรับคนที่พบเจอกับคำว่าพลัดพรากในชีวิต ดูแล้วคุณจะร้องเลยล่ะค่ะ เพราะอนิเมทั้งสามเรื่องมันแนวๆนี้)

ตอนนี้มีแค่เรื่อง 5 cen per sec ที่ยังไม่มีลิทสิทธิ์ในไทย ถ้ามีเมื่อไหร่ซื้อเก็บแน่ค่ะ เพราะงานสองชิ้นเรียกของอาจารย์ที่ไทก้าทำออกมาก็ซื้อเก็บแล้ว

ใครที่สนใจงานของอาจารย์เค้า ลองไปหาหนังสือ sora no kioku ดูนะคะ ที่คิโนะรู้สึกว่าจะมี (เพราะซื้อจากที่นั่น) ข้างในเป็นงานอาร์ทของอ.ชินไคของทั้งสามเรื่องเลยค่ะ

#3 By あおい-kumo on 2010-03-25 18:36

โหวว คะแนนความน่าดูเยอะแบบนี้
ต้องงหาดูแล้วสินะXD

#2 By KumashoutO27 on 2010-03-25 18:10

ต้องเป็นเรื่องที่น่าดูแน่ๆเลย
เพลงเศร้าไปนิด
แต่โดยส่วนตัวแล้วชอบเสียงไวโอลีนมากเลยbig smile

#1 By minijokerdoll on 2010-03-25 18:07